ลีกเยอรมัน บุนเดสลีกา เยอรมัน ภายหลังจากเว้นระยะไปร่วม 2 เดือน

        กิจกรรมหลายสิ่งหลายอย่างที่หายไปในตอนโรคระบาด เพราะเหตุว่าถูกยับยั้งหรือเลื่อนออกไปชั่วครั้งชั่วคราวเริ่มกลับมาให้สัมผัสกันบ้างแล้ว สำหรับพวกพ้องแฟนบอล สิ่งที่คร่ำครวญหากันมานับเป็นเวลาหลายสัปดาห์ก็คือ เกมบอล ลีกใหญ่ ลีกเยอรมัน ในยุโรปเริ่มกลับมาแข่งขันเกมเป็นทางการกันอีกรอบ ซึ่งเกมในตอนเหตุการณ์โรคระบาดยังก่อให้เกิดผลเสียอยู่ก็นำมาซึ่งการก่อให้เกิดภาพที่ไม่ได้มองเห็นกันหลายครั้งนัก

ลีกใหญ่รายแรกในยุโรปที่กลับมาแข่งในตอนโรคระบาดยังคงแพร่ระบาดในภูมิภาคตนเองก็คือ ลีกเยอรมัน บุนเดสลีกา เยอรมัน ภายหลังจากเว้นระยะไปร่วม 2 เดือน

        บรรยากาศการแข่งขันชิงชัยท่ามกลางความหวาดกลัวประเด็นการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้แบบอย่างแล้วก็เนื้อหาในเกมเปลี่ยนไปอย่างน่าดึงดูดภายใต้มาตรฐานเรื่อง “การเว้นระยะห่างทางด้านสังคม” (social distancing) มั่นใจว่าในรอบหลายทศวรรษมานี้ไม่เคยมีคู่รักบอลที่ติดตามลีกระดับแถวหน้าของยุโรปเห็นภาพนี้มาก่อน

ในความเป็นจริงแล้วภาพการแข่งขันในสนามปิดโดยไม่มีแฟนบอลในอัฒจันทร์ไม่ได้เกิดเรื่องประหลาดตามากเท่าไรนัก

        หน่วยงานที่ควบคุมดูแลการแข่งฟุตบอลในยุโรปมักมีมาตรการรูปแบบนี้ในด้านการปกป้องคุ้มครองหรือเป็นข้อบัญญัติโทษบางสิ่งบางอย่างต่อทีมที่ลงแข่งขัน แต่ว่าสำหรับกรณีตอนโรคระบาดนี้เกมในสนามปิดเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อปกป้องการแพร่ระบาดให้แน่นหนาที่สุด ด้วยเหตุดังกล่าว เกมที่ลงแข่งขันในตอนนี้ก็เลยมีคนหลักร้อยต้นๆในสนามแค่นั้น กรุ๊ปแรกเป็น กรุ๊ปที่อยู่ในสนามอย่างกลุ่มสตาฟรวมทั้งนักฟุตบอล โดยสตาฟและก็ตัวสำรองจำเป็นต้องใส่หน้ากากอนามัย แต่ว่าสำหรับผู้ฝึกสอนใหญ่ของกลุ่ม ลีกอนุญาตให้ไม่สวมได้เพื่อสบายต่อการสั่งผู้ร่วมทีมในสนาม กรุ๊ปถัดมาเป็นกรุ๊ปที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ข้างนอกของสนาม ได้แก่ ข้างรักษาความปลอดภัย และก็กลุ่ม VAR

สนใจเข้าร่วมเดิมพันฟุตบอล แทงบอล ได้ที่ UFA877

ลีกเยอรมัน

        ภาพดาร์บี้เรเวียร์ระหว่างดอร์ทมุนด์ กับชาลเก้ ที่เคยดุดัน แฟนบอลทั้งสองเข้ามาให้กำลังใจกันอบอุ่น ก็เลยแปรไป ภาพ “กำแพงสีเหลือง” ของแฟนบอลดอร์ทมุนด์ หนึ่งในกรุ๊ปแฟนบอลที่เด่นที่สุดกรุ๊ปหนึ่งในยุโรปหายไปเปลี่ยนเป็นสภาพอัฒจันทร์เปล่า เมื่อกล้องถ่ายภาพถ่ายภาพไปที่ซุ้มสตาฟแล้วก็ม้านั่งสำรอง เหล่าสตาฟรวมทั้งตัวสำรองต่างนั่งเว้นระยะห่างขั้นต่ำ 2 ที่นั่ง หรือบางครั้งก็ให้นักฟุตบอลสำรองขึ้นไปนั่งบนอรรธจันทร์ข้างหลังซุ้มม้านั่งข้างสนามด้วย

        แนวความคิดหลักของการควบคุมดูแลเป็น “การเว้นระยะห่างทางด้านสังคม” ด้วยเหตุผลดังกล่าว ภาพการสังสรรค์ประตูที่ได้ ก็เลยมิได้มีผู้เล่นกรูกันเข้ามาจับกลุ่มยินดีกับเพื่อนฝูงแบบเดิม แต่ ยังมีปริศนาที่น่าพิจารณาอีกเป็น จังหวะลูกฟรีคิกในระยะที่จำเป็นต้องตั้งกำแพง ผู้เล่นฝ่ายตั้งรับย่อมจำเป็นต้องมาอยู่ในระยะติดเพื่อป้องกันประตูตนเองอยู่ดี หากว่าก่อนเริ่มเกมนักฟุตบอลของแต่ละกลุ่มรวมทั้งสตาฟต่างแยกห้องกักบริเวณในโฮเต็ลแล้วก็ผ่านการตรวจเชื้อเป็นระยะมาแล้ว ทั้งยังแบ่งกลุ่มนั่งรถเมล์แยกคันกันมา มิได้นั่งรวมกันในคันเดียวเช่นเคย แต่ว่าเมื่อมาถึงในสนามช่องโหว่ที่มองเห็นผ่านหน้าจอก็เป็นปริศนาที่น่าดึงดูดว่า แม้กำเนิดข้อบกพร่องขึ้นจุดน้อยพวกนี้บางทีอาจมีผลลบอีกระลอกได้ด้วยหรือเปล่า

        อีกหนึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นซึ่งส่อให้เห็นถึงการเสี่ยง เมื่อเกมกีฬากลับมาเริ่มขึ้นโน่นเป็น ภาพในเกมที่แฮร์ธา เบอร์ลิน กระหน่ำฮอฟเฟ่นไฮม์ 3-0 ซึ่งมีภาพหน้าแข้งเบอร์ลินสังสรรค์ประตูด้วยการจุมพิตเพื่อนฝูงร่วมกลุ่มแบบสนิทสนมเช่นเดียวกันกับเหตุการณ์เชื้อไวรัสไม่ได้เกิดมาก่อน แต่ว่าเรื่องนี้ไม่ได้ส่งผลลัพธ์ในด้านข้อบัญญัติโทษตามมา หากว่าความประพฤติปฏิบัตินี้จะขัดกับเอกสารหนทางที่ลีกเผยแพร่ออกมาเพื่อทุกครั้งมดำเนินการตาม ช่วงเวลาที่ผู้ฝึกสอนของเบอร์ลินกลับย้ำจุดยืนว่า การกระทำที่เกิดขึ้นมิได้ฝ่าฝืนระเบียบปฏิบัติ

สิ่งที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงในเกมบอลตอนเชื้อไวรัสระบาดมิได้มีเพียงแต่การสัมผัสกันสนิทสนมระหว่างคน แต่ว่ายังมีวัสดุอุปกรณ์ตัวกลางที่บางทีอาจเป็นสิ่งที่ทำให้ติดโรคกันได้

        ลีกเยอรมัน ใช้แนวทางให้บอลบอยทำความสะอาดลูกฟุตบอลก่อนรวมทั้งระหว่างพักครึ่ง โดยข้างหลังชำระล้างแล้วบอลบอยจะวางลูกไว้ภายในจุดเฉพาะแทนที่ยื่นให้ผู้เล่นโดยตรง โดยแต่ละเกมคาดว่ามีลูกบอลที่ใช้ราว 30 ลูก การกลับมาเล่นในคราวนี้บางทีอาจช่วยทำให้ลีกแล้วก็ธุรกิจกีฬาก้าวเดินต่อไปได้ แม้กระนั้นสำหรับแฟนบอลเยอรมันที่อยากได้เข้าชมเกมแล้วนิดหน่อยกลับไม่ชอบใจที่ลีกกัดกันและก็ออกมาตรการดังกล่าว โดยพวกเขาคิดว่า

ลีกเยอรมัน

         “บอลที่ไม่มีแฟนย่อมไม่ใช่บอล” พวกเขาจำต้องไปพบดูเกมจากจอในสถานที่ปิด เช่น บาร์ หรือห้องอาหารแทน แต่ว่าสิ่งที่น่าแปลกใจสำหรับข้าราชการซึ่งเตรียมตัวก่อนเกม เผื่อจะมีกรุ๊ปแฟนบอลที่ไม่เห็นพ้องกับมาตรการมารวมตัวกันหน้าสนาม แต่ว่าผู้พิทักษ์สันติราษฎร์กลับต้องมาพบว่า เหตุการณ์วันแข่งขันจริงกลับเหงาหงอย มีเพียงแค่แฟนบอลมาที่สนามแบบกระจายเพียงแค่นั้น ซึ่งเป็นการดี

        ถึงจะเป็นเหตุการณ์ที่พิศดารสำหรับเกมลีกระดับใหญ่ของยุโรปที่แข่งขันแบบสนามว่างเปล่ากันทุกเกม สิ่งที่ยังเป็นภาพสะท้อนทัศนคติรวมทั้งความยึดมั่นในวงจรของธุรกิจกีฬาเป็น ภาพนักฟุตบอลดอร์ทมุนด์ไปตบมือให้กับอรรธจันทร์ไม่ ซึ่งควรเป็นอรรธจันทร์ที่อย่างกับ “กำแพงสีเหลือง” มีคนรักบอลชุดเหลืองเข้ามาให้กำลังใจทีมที่รักรวมแล้วไม่น้อยกว่า 2 หมื่นคน

ภาพที่มองเห็นนี้ย่อมเป็นภาวะชั่วครั้งคราว ถ้าหากผู้คนปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ไม่เร็วก็ช้าบอลแล้วก็กิจกรรมอื่นคงจะกลับภาวะธรรมดาได้ หลงเหลือไว้เพียงแค่ภาพบรรยากาศประวัติศาสตร์ที่ไม่น่าจะมองเห็นกันได้หลายครั้งนัก รวมทั้งบางทีอาจไม่ใช่ภาพที่น่าจำด้วย

สนับสนุนข่าวโดย clevelandindianstickets

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *